Tag 500 ข้อ

posted on 04 Nov 2009 22:05 by zephyr-kun  in Tag

 

*Axis Power Hetalia เป็นเรื่องที่เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิง โดยตัวละครมีต้นแบบมาจากประเทศ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือองค์กรใดที่มีอยู่จริง ท่านที่อ่อนไหวในเรื่องนี้กรุณา "ปิด" หน้าต่างนี้ก่อนด้วยนะครับ

**เนื้อหาด้านล่างเป็นการเขียนขึ้นด้วยรสนิยม(?)ของคนทำซับนรก ไม่มีส่วนเกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักของ Axis Power Hetalia นะครับ

 

หลังจากปล่อยร้างมานาน วันนี้ได้ฤกษ์ดีเลยมาอัพบล็อกสักทีนะครับ

คราวนี้ลองเขียนฟิคฉลองวันรวมชาติเยอรมันดูสักตั้

สำนวนมันออกจะแปลกๆไป (ไม่) หน่อย ก็ขออภัยที่ทำให้ท่านที่หลงเข้ามาอ่านผิดหวังนะครับ (_ _)

ด้านล่างนี่จะแบ่งเป็น POV ของคุณลุดวิกกับคุณกิลเบิร์ตนะครับ

ของคุณลุดวิกเป็นสีฟ้า ของคุณกิลเบิร์ตเป็นสีแดง (ตามสีตาเลยครับ)

เอาล่ะ ไม่พล่ามอะไรแล้วครับ เชิญอ่านได้เลยครับ  

 

กำแพงนั่น...สัญลักษณ์ของความอัปยศที่ฉันได้รับในฐานะของผู้แพ้...

รอยแผลที่คนๆนั้นสร้างขึ้นมาทั้งรอยยิ้ม แบ่งบ้านหลังเดิมของพี่กับฉันให้เป็น 2 ประเทศ...

เยอรมนีตะวันตก...กับ เยอรมนีตะวันออก

ฉันได้แต่สาบานกับตัวเองว่า สักวันฉันจะทำลายกำแพงนั่น แล้วพาพี่กลับมา 

 

กำแพงนั่น...สัญลักษณ์ของชีวิตใหม่ที่ฉันได้รับมาจากหมอนั่น

ชีวิตที่มีแต่ความโหดร้ายและทารุณ กับรอยยิ้มมัจจุราชของหมอนั่นที่เฉือนฉันทั้งเป็น...

เยอรมนีตะวันออก...กับ เยอรมนีตะวันตก

ฉันได้แต่บอกตัวเองว่า ถึงต้องหายไปอีกครั้ง ฉันก็จะกลับไปหาน้องฉันที่อีกฟากฝั่งของกำแพงนั่น

.....

....

...

 

มันเป็นเสียงดังที่น่ารำคาญจนฉันอยากหลบไปอยู่ไกลๆ

แต่ฉันก็ไม่ไป...ยังคงยืนอยู่ตรงนี้

ก็ทุกคนกำลังช่วยกันทำลายกำแพงนี่ จะให้ฉันหลบไปได้ยังไงล่ะ  

 

ทำไมกำแพงนี่มันทนจริงๆ พังเท่าไรก็ไม่พังสักที...

รอก่อนนะครับพี่ กำแพงมันกำลังจะพังแล้ว

อีกนิดเดียวเราก็จะได้เจอกันแล้วนะครับ 

 

หมอนั่นเดินมาหาฉัน ด้วยรอยยิ้มมัจจุราชเหมือนเดิม แล้วพูดกับฉันเพียงว่า

คุณคงรู้อยู่นะครับ ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อกำแพงนี่หายไป

ฉันรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อเวสต์ทำลายกำแพงนั่นได้  แต่ฉันก็ยินดีที่จะให้มันเป็นอย่างนั้น

ขอแค่นั่นสามารถทำให้นายยิ้มได้...ฉันก็จะทำ 

 

หมอนั่นเดินมาหาฉัน ทั้งที่ยังถือแฮมเบอร์เกอร์ในมือ แล้วพูดกับฉันว่า

นายน่ะ โตพอที่จะอยู่ได้โดยปราศจากเงาของพี่ชาย

ฉันเข้าใจความหมายที่หมอนั่นพูด แต่ฉันจะไม่ทำอย่างนั้นเด็ดขาด

ให้ลืมพี่ชายแล้วใช้ชีวิตปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...ฉันทำไม่ได้หรอก 

 

กำแพงเริ่มร้าวแล้วสินะ เดี๋ยวเราก็จะได้พบกันแล้วนะ เวสต์... 

 

พอกำแพงพังลงเมื่อไร ผมคงได้เห็นรอยยิ้มของพี่สินะครับ... 

 

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันก็ยินดีรับชะตานั้นด้วยความเต็มใจ

ก็นายคือน้องชายคนสำคัญของฉันนี่นา 

 

ต่อให้อนาคตจะต้องเปลี่ยนไป ผมก็ยินดีให้มันเปลี่ยน ขอแค่ได้พบพี่อีกครั้งก็พอ

ก็เพราะพี่เป็นคนที่สำคัญที่สุดของผมนี่นา 

 

กำแพงที่ร้าวและพังทลายลงตรงหน้า 

คือสัญญาณบอกว่าเราจะได้พบกัน 

 

ผู้คนจาก 2 ฝั่งของซากกำแพงหลั่งไหลกันเข้ามาหาญาติมิตรที่ไม่ได้พบกันนาน 

ทุกคนพบกันด้วยรอยยิ้ม และน้ำตาแล่งความปลื้มปิติ 

 

และฉัน... 

และฉัน... 

 

ไม่ได้เจอกันตั้งนานนะ เวสต์

ดูเหมือนหมอนั่นจะผอมลงรึเปล่านะ หรือเป็นเพราะอะไรบางอย่างที่จะเกิดขึ้นกับฉันหลังจากนี้... 

 

พี่...

พี่ผอมไปมากจนแทบจะเหลือแต่กระดูก...แต่ว่าต่อให้พี่จะเปลี่ยนไปแค่ไหน พี่ก็ยังเป็นพี่อยู่เหมือนเดิม 

 

คิดถึงพี่ชายสุดออวซั่มคนนี้บ้างไหมเนี่ย

ก็แหย่ไปงั้นแหละ...จริงๆก็แค่อยากเห็นสีชมพูจางๆที่แก้มหมอนั่นก็เท่านั้นเองแหละ 

 

พูดอะไรบ้าๆ ใครจะไปคิดถึงคนกวนประสาทอย่างพี่กันล่ะ

ก็เฉไฉไปงั้นแหละ...จริงๆคิดถึงพี่จะตายไป แต่ใครจะไปบอกล่ะ เดี๋ยวได้โดนพี่แซวไปอีกสัปดาห์น่ะสิ 

 

กลับบ้านเหอะ ฉันหิวแล้ว

แล้วก็อยากใช้เวลาที่เหลืออยู่ ในบ้านหลังเดิมให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

 

อยากกินอะไรละครับพี่

แล้วก็อยากชดเชยเวลาที่หายไป ในบ้านหลังเดิมที่เคยอยู่กับพี่ 

 

มันต้องเบียร์กับไส้กรอกอยู่แล้วสิ

ก็นั่นเป็นของที่ทั้งฉันทั้งนายชอบนี่นา...อย่างน้อยมันก็ทำให้นายยิ้มได้แล้วกัน 

 

นั่นสินะ...ของพี่ต้องเบียร์แก้วใหญ่ๆด้วยนี่นะ

พี่หัวเราะเหมือนเดิม...ดีแล้วละ รอยยิ้มของพี่ทำให้ผมหลุดยิ้มตามได้เสมอ 

 

นี่ เวสต์...รักษารอยยิ้มแบบนี้ไว้นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

เพราะอะไรจะเกิดขึ้น มันก็ต้องเกิดขึ้น...ฉันไม่รู้ว่าจะมีเวลาอยู่แบบนี้นานเท่าไร 

 

ครับพี่...?”

พี่พูดอะไรแปลกๆ...ตอนนี้ผมก็ยิ้มอยู่ไม่ใช่เหรอ 

 

สัญญานะ ว่านายจะยิ้มไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

เพราะรอยยิ้มของนายคือสมบัติล้ำค่าของฉัน ที่ทำให้ฉันยังคงอยู่ได้... 

 

พี่พูดอะไรแปลกๆ ก็ได้ครับ ผมสัญญา

หากนั่นคือรอยยิ้มที่จะคงไว้เสมอของพี่...ผมจะพยายาม 

 

ดีแล้วละ ถึงวันๆหนึ่งที่ฉันไม่อยู่ นายก็จะยังยิ้ม และมีชีวิต...ฉันหวังว่าจะเป็นอย่างนั้น 

 

กำแพงเบอร์ลินที่ถูกทำลายนั่นนั่นคือสัญญาณของจุดเริ่มต้น... 

และเป็นสัญญาณของจุดสิ้นสุดที่ใกล้เข้ามา 

 

อนาคตจะเป็นอย่างไรก็ไม่มีใครรู้ ขอเพียงแต่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด 

เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง เพราะการกระทำในอดีตที่ผิดพลาด 

 

ผมจะไม่ปล่อยให้พี่หลุดมือไปอีกแล้วละครับ...     

 

 

Fin.        

แฮ่ก แฮ่ก...ในที่สุดผมก็เข็นจบจบได้ทันวันนี้พอดี

ฉลองวันชาติเยอรมัน (เพื่อสนองนีดที่อยากเขียนพี่น้องคู่นี้) เพื่อฉลองให้พี่น้องที่ได้พบกัน

สงสัยผมจะรีบไป (ไม่) หน่อย ภาษาเลยออกมาเน่าสุดๆ...

ผมทำอะไรลงป๊ายยยยยยยยยย        

 

 

 

สุดท้ายก็...เจอกันงาน Capsule 7 นะครับ  

Auf Wiedersehen!

 

Capsule Event 6

posted on 01 Sep 2009 21:51 by zephyr-kun  in cosplay

Ciao! ในที่สุดเซเฟอร์ก็คืนชีพอีกแล้วครับ

คราวนี้ไปรั่วงาน Capsule Event 6 ที่รพ.เซนต์หลุยส์เจ้าเก่าครับ

และแล้วก็ได้เวลาสวมวิญญาณ...ความออวซั่มจงเข้ามา จงเข้ามา จงเข้ามาสู่บล็อคผม

ที่เหลือก็ ปล่อยให้ท่านผู้แสนออวซั่มต่อก็แล้วกันนะครับ

 

*Axis Power Hetalia เป็นเรื่องที่เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิง โดยตัวละครมีต้นแบบมาจากประเทศ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือองค์กรใดที่มีอยู่จริง ท่านที่อ่อนไหวในเรื่องนี้กรุณา "ปิด" หน้าต่างนี้ก่อนด้วยนะครับ

**เนื้อหาด้านล่างนั่มาจากคนเขียนซับเองนะครับ ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักนะครับหลัก

 

ฮะฮะฮ่า ออวซั่มไหมล่ะ ออวซั่มใช่ม้า ก็แหงละ เพราะฉันน่ะออวซั่มอยู่แล้ว ฮะฮ่า

แสงพร้อม + ลมพร้อม + กล้องพร้อม = ท่านกิลเบิร์ตผู้แสนออวซั่ม

 

Casting

Zephyr as Gilbert Weillschmidt

 

แล้วก็นี่ ตัวฉันตอนเด็กๆ เป็นไง ออวซั่มใช่ไหม

Casting

Sakana as Gilbert Weillschmidt (Teutonic knight) 

 

แล้วนี่ก็ผู้ร่วมอุดมการณ์ของฉัน อัลเฟรด กับอาเธอร์ไงล่ะ

จะว่าไปชุดพวกนายก็ออวซั่มดีนะ (แต่ยังไงชุดฉันก็ออวซั่มกว่านะ)

Casting

Sora as Arthur Kirkland

Kisa as Alfred F. Jones

 

มาดูทีมของโอเระซามะเต็มๆกัน

ออวซั่มใช่ไหมล่ะ ทีมของโอเระซามะ

 

 

 

จริงสิ รูปนี้อยากให้เวสท์เห็นจัง

ตอนเที่ยงไปแข่งงัดข้อกับอาเธอร์มาด้วยละ ลองทายผลดูสิ

ติ๊กตอก ติ๊กตอก...

ทายไม่ถูกละสิ งั้นฉันจะเฉลยละนะ

 

ก็ต้องท่านกิลเบิร์ตผู้นี้น่ะสิที่เป็นผู้ชนะ เป็นไงๆ

โอเระซามะ : ฮ่ะฮ่ะฮ่ะฮ่ะฮ่ะ *หัวเราะสะใจ*

อาเธอร์ : บัดซบ เจ็บใจที่สุด แพ้มันทั้งเด็กแล้วก็ผู้ใหญ่

(Zephyr : ก่อนที่ผมจะงัดข้อกับพี่โซระ ซาคานะ(ชุดอัศวินทิวทอนิค)ก็มีงัดข้อก่อนน่ะครับ)

 

 

 

หลังจากหม่ำข้าวเที่ยงกันแล้ว ต่อไปก็ต้องของหวานอย่างเจ้านี่

ป๊อกกี้ไงล่ะ ออวซั่มด้วย อร่อยด้วย (ลองดูสิ)

 

 

 

หลังจากโอเระซามะป๊อกกี้เสร็จก็กลับเข้าไปหาความออวซั่มในงานอีกครั้ง

แล้วก็เจอนี่

กลุ่มใหญ่กว่าโอเระซามะซะงั้น (ได้ไงอ่ะ) แต่ฝั่งโอเระซามะออวซั่มกว่า

มีคนขอถ่ายรูปตั้งแต่ยังไม่เข้างาน ออวซั่มกว่าใช่ไหมละ ฮ่ะฮ่ะฮ่า

 

สุดท้ายก็เป็นโซนพักของโอเระซามะละนะ

เฮ้อ มันเหนื่อยจริงๆเลยนะเนี่ย สงครามไซลีเซียเนี่ย ไม่อยากให้มันลงเอยอย่างงั้นเลย มันไม่ออวซั่ม

(Zephyr : สงครามไซลีเซีย อยู่ในช่วงตั้งแต่เริ่มสงครามสืบราชสมบัติออสเตรียไปจนถึงจบสงคราม 7 ปีครับ)

 

โอเระซามะสิ้นหวังแล้ว เพราะโปแลนด์กับลิธัวเนียแท้ๆเลย

(Zephyr : อัศวินทิวทอนิคถูกโปแลนด์กับลิธัวเนียขับไล่ จนเสียสิทธิ์ให้ดินแดนปรัสเซียครับ)

 

 

จบแล้วนะครับ สำหรับโซนที่ให้คุณกิลเบิร์ตอัพให้ (เข้ากับเฮดบล็อคจริงๆ)

(รู้สึกว่าเปลี่ยนจากใช้คาแร็คเตอร์คุณอัลเฟรดอัพ เป็นคาแร็คเตอร์คุณกิลเบิร์ตอัพมันช่างต่างกันจริงๆ)

 

โซนขอบคุณ :

-ขอบคุณพี่คิสะสำหรับอายไลเนอร์นะครับ

-ขอบคุณซาคานะที่ช่วยเซ็ทวิกให้

-ขอบคุณพี่กี & พี่เซลสำหรับรูปนะครับ (เพราะกล้องผมแบตฯหมดเอาดื้อๆ)

-ขอบคุณพี่จูนสำหรับโดเล่มนั้นนะครับ ถูกใจมาก (โดยเฉพาะหน้าท้ายๆ ที่วาดคนๆนั้น ขอบคุณมากๆนะครับ)

-ขอบคุณทุกท่านนะครับที่ช่วยผม (จะทั้งหมวก ทั้งสายห้อยมือถือ ขอบคุณมากๆนะครับ)

-ขอบคุณซาคานะที่ช่วยเตือนก่อนถูกเชือดนะครับ

 

สุดท้ายก็...

 

Vielen Danke!

(ขอบคุณมากครับ)

 

 

เจอกันเอนทรี่หน้านะครับ